สาเหตุที่ทำให้ธุรกิจไปไม่ไหว

สาเหตุที่ทำให้ธุรกิจไปไม่ไหว
หรือธุรกิจล้มเหลวมีเหตุผลหลายประการ แต่ความเป็นจริงแล้วความล้มเหลวส่วนใหญ่เป็นผลมาจากการรวมกันของปัญหาต่อไปนี้:
1. idea ความคิดทางธุรกิจที่ไม่เวิร์ก บางุรกิจมีคนทำเป็นจำนวนมากแล้วหากเราไปทำซ้ำแบบเค้าโอกาสที่จะขายมีน้อยลง หรือบางครั้งอาจจะขายของที่เอาท์เทรนด์แฟชั่นที่ล้้้้้าสมัยแล้ว ก็หาคนมาซื้อยากเช่นกันเราจึงควรตรวจสอบตลาดที่เราจะทำให้

2. ปัญหาเงินสด Cash Flow ธุรกิจใหม่จำนวนมากเกินไปที่ได้รับเงินทุนไม่เพียงพอ เจ้าของยืม มีเงินมากพอที่จะตั้งธุรกิจ แต่ไม่มีเงินสดเพียงพอที่จะดำเนินการได้ ในช่วงเริ่มต้นธุรกิจกำไรมักค่อยๆเริ่มจากน้อยก่อน แต่ค่าใช้จ่ายมีจำนวนมาก หากเตรียมเงินทุนไม่เพียงพอแล้วติดลบหลายๆเดือนก็สามารถทำให้ล้มทั้งยืนต่อธุรกิจไปได้ยากเช่นกัน

3. ขาดประสบการณ์ด้านการบริหาร เจ้าของธุรกิจใหม่จำนวนมากไม่มี ประสบการณ์ในการดำเนินธุรกิจ หลายคนมีทักษะการจัดการในธุรกิจตัวเองไม่เพียงพอ อย่างเช่นเจ้าของรู้วิธีทำหรือทำตลาดผลิตภัณฑ์ แต่ไม่รู้วิธีจัดการการขนส่งหรือการบริหารการทำงานดึงดูดและรักษาพนักงานที่มีความสามารถไว้ได้ อาจเป็นเพราะเจ้าของยังขาดทักษะความเป็นผู้นำและไม่มีการวางแผนล่วงหน้า ขาดการfocusมุ่งเน้นในลูกค้า ข้อได้เปรียบที่สำคัญของธุรกิจขนาดเล็กคือความสามารถในการ ให้ความสนใจเป็นพิเศษและบริการกับลูกค้า แต่ธุรกิจขนาดเล็กบางแห่งไม่สามารถยึดสิ่งนี้ไว้ได้ อีกทั้งยังต้องรับมือกับคู่แข่งทางการค้าที่ทำธุรกิจในลักษณะเดียวกัน

5. ไม่สามารถรับมือกับการเติบโต คุณคิดว่ายอดขายที่เพิ่มขึ้นจะเป็นสิ่งที่ดี แต่บางครั้งก็อาจเป็นปัญหาใหญ่ได้เช่นกัน หากธุรกิจเริ่มเติบโตอย่างรวดเร็วการเปลี่ยนแปลงบทบาทของเจ้าของ จะต้องพยายามมอบหมายงานให้ผู้อื่นหรือกระจายการทำงานให้มากขึ้น เพื่อรองรับการเติมโตของธุรกิจโดยที่เจ้าของควรเน้นไปในงานที่มีความสำคัญกับธุรกิจให้มากขึ้นเช่นงานตัดสินใจ ส่วนงานที่ใช้แรงหรืองานประจำทุกวันควรให้ลูกน้องเป็นคนทำ จะทำให้ธุรกิจดำเนินไปได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

สถิติการเข้าชมเว็บ

สถิติการเข้าชมเว็บ Bis4sell.com (ค้นหาจาก Google)

มาดูสถิติการเข้าชมเว็บ Bis4sell จากเริ่มแรกที่ดำเนินการมาจนถึงตอนนี้ มีผู้เข้าชมเว็บมากขึ้นเรื่อยๆ หากดูจากผลเสริชใน Google เฉลี่ยแล้วเดือนนึงหรือประมาณ 30วัน จำนวน Impressions มีประมาณ 58,116 วิว จำนวนคลิก ที่ผ่านมาจากทาง Google ประมาณ 5,200กว่าคลิก ส่วนมากก็จะมาจากคำค้นหาเช่น เซ้งร้าน, เซ้งกิจการ, เซ้งร้านอาหาร, ร้านกาแฟเป็นต้น ทางเราจะพยายามพัฒนาเว็บไซต์ให้ดียิ่งขึ้นเรื่อยๆ เพื่อที่คนใช้งานหรือลูกค้ามาโพสลงแล้วจะได้สามารถเจอประกาศของท่านได้อย่างง่ายและสามารถนำเสนอข้อมูลหรือปิดการขายงานของท่านได้อย่างรวดเร็ว

เราจะมาอัพเดทข้อมูลดีๆให้กับผู้ชมทุกท่านเรื่อยๆครับ

สถิติเว็บ Bis4sell

ข้อควรพิจารณาการเซ้งร้าน

การเซ้งร้าน หรือเซ้งธุรกิจกิจการต่อถือว่าเป็นวิธีนึงในการเริ่มต้นธุรกิจได้อย่างรวดเร็วโดยที่ไม่ต้องเริ่มจากศูนย์ทั้งหมด หากลองดูดีๆ บางกิจการที่ขายเซ้งนั้นหากรวมอุปกรณ์ต่างๆในการทำงาน และค่าตกแต่งต่างๆมักจะมีราคาที่ถูกลง เมื่อเที่ยบกับตอนที่เริ่มธุรกิจแรกๆ นั่นเพราะหลายๆปัจจัยเช่นเจ้าของเดิมอาจต้องการเงินเพื่อไปทำอย่างอื่นที่จำเป็นกว่าอย่างรีบด่วนหรือไม่มีเวลาดูแลเป็นต้น จึงเป็นโอกาสดีที่เจ้าของใหม่ที่ต้องการเซ้งต่อสามารถซื้อกิจการที่มีต้นทุนถูกกว่าหากลงทุนลงแรงซื้ออุปกรณ์ใช้งานต่างๆหรือตกแต่งร้านออฟฟิสใหม่ด้วยตนเอง หากแต่การจะเซ้งกิจการต่อก็ควรต้องดูหลายๆปัจจัยและความพร้อมของตัวเองด้วย สิ่งที่ควรพิจรณาการเซ้งร้านต่อที่สำคัญๆ มีดังต่อไปนี้
1.ราคาที่เซ้ง
คุณต้องคำนวณราคาให้ดีว่าราคาเซ้งนั้นคุ้มค่ากับสิ่งที่จะได้มาหรือไม่ รวมถึงสิ่งของอุปกรณ์ต่างๆอยู่ในสภาพที่ใช้งานต่อได้หรือไม่ โดยรวมบวกลบคูณหารแล้วอุปกรณ์และสภาพปัจจุบันของร้านหรือกิจการเหมาะสมกับราคาเซ้งไหม เราพอใจกับราคาหรือไม่ถ้าคิดว่าคุ้มในเบื้องต้นกว่าไปเริ่มต้นเองก็ถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว
2. ค่าเช่าและ สัญญาเช่ากับทางเจ้าของที่
ควรสอบถามค่าเช่าและ ตรวจสอบสัญญาให้รอบคอบ เช่น สัญญาเช่าเป็นสัญญาเช่าจากเจ้าของสถานที่จริงๆ หรือว่าเป็นสัญญาเช่าช่วง , ตรวจสอบว่าระยะเวลาการเช่านานเท่าไหร่ , ต่อสัญญาทุกกี่ปี, มีค่าเปลี่ยนสัญญาผู้เซ้งเจ้าใหม่ไหม ถ้าเซ้งแล้วสามารถตกแต่งสถานที่ได้หรือไม่ , ติดป้ายได้ไหมเป็นต้น ซึ่งข้อมูลเหล่านี้เจ้าของเดิมเท่านั้นที่ตอบได้ดีที่สุด
3. ทำเลของร้านทำเลของกิจการ
ตรงกับความต้องการของเราหรือไม่ธุรกิจต่างๆทำเลจะแตกต่างกันไปเช่นร้านค้าร้านอาหารควรจะอยู่ในทำเลที่ผู้คนสัญจรผ่านไปมา หากเป็นร้านอาหารใหญ่หน่อยมีที่จอดรถให้ลูกค้าหรือไม่หรือว่าธุรกิจของเราไม่จำเป็นต้องมีก็ได้, ธุรกิจสถาบันกวดวิชาอาจจะไม่จำเป็นต้องอยู่ในที่คนพลุกพล่านแต่ต้องเดินทางไปมาสะดวกไม่อยู่ในที่เปลี่ยวจนเกินไปเพราะนักเรียนอาจจะเดินทางไปลำบาก ซึ่งทำเลของกิจการเป็นปัจจัยสำคัญอย่างนึงที่เจ้าของธุรกิจจะต้องมีไอเดียในใจว่าธุรกิจตัวเองเหมาะกับทำเลแบบใด
4. กรณีที่ธุรกิจต้องมีพนักงานของร้าน
จะใช้พนักงานเดิมหรือว่าเราต้องหาพนักงานใหม่ บางกิจการพนักงานมีความสำคัญต่อธุรกิจอย่างมาก เช่น ร้านอาหารจะขายได้ดีหรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับฝีมือของแม่ครัว , ในกรณีร้านนวดไทย ลูกค้าบางคนก็ติดหมอมากกว่าติดร้าน ถ้าคุณเซ้งกิจการต่อจากคนอื่น คุณควรพิจารณาให้รอบคอบว่าจะใช้พนักงานของตัวเองหรือว่าจะจ้างพนักงานชุดเดิม (กรณีเจ้าของเดิมไม่พาพนักงานไปที่อื่นด้วย) ซึ่งแต่ละวิธีก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน
ข้อควรระวังการเซ้งร้าน
5. การประเมินรายได้ปัจจุบันของร้าน
ข้อนี้จริงๆสามารถสอบถามเบื้องต้นกับเจ้าของเดิมได้ แต่จะได้ความจริงหรือเปล่าก็อีกเรื่องนึงเพราะคนจะขายส่วนมากก็จะต้องบอกว่าดีมีลูกค้าเยอะขายได้ต่อวันเท่านี้ ๆ ซึ่งจริงๆแล้วเราสามารถดูคร่าวๆได้จาก ลูกค้าที่เดินผ่านไปมาว่ามีเยอะไหม, ของใช้ที่สต๊อกของเจ้าของเดิมเหลือเยอะไหม หรืออาจจะคอยมีสังเกตทำเลแถวนั้นทั้งเช้าและเย็นว่ามีบรรยากาศลูกค้าเป็นอย่างไรบ้าง การประเมินรายได้รายรับย่อมขึ้นอยู่กับความสามารถของเจ้าของใหม่ด้วยว่าเป็นอย่างไร บางเคสบ้างร้านเจ้าของเก่าขายไม่ดีเลยแต่กลับกันได้เจ้าของใหม่มาโปรโมทเก่งหาลูกค้าเข้าร้านเก่งรวยไปหลายรายก็มี ให้เห็นเยอะไป
6. เหตุผลที่เซ้งร้าน
จริงๆข้อนี้ไม่อยากให้คิดว่าสำคัญเท่าไหร่ เพราะว่าเหตุผลที่ต้องการเซ้งขายกิจการเดิมสามารถหาเหตุผลได้ร้อยแปดประการ ซึ่งอาจจะจริงบ้างไม่จริงบ้าง โดยรวมแล้วลองคิดว่าเป็นตัวเองดูถ้าไม่อยากทำธุรกิจต่อไปแล้วเหตุผลใหญ่ๆ ก็คือมันไม่เวิร์กสำหรับคุณ อาจจะยอดขายไม่ได้ตามที่ต้องการบ้าง, หาลูกน้องยากบ้าง, เงินหมุนไม่พอบ้าง เป็นต้น แต่เหตุผลที่ไม่เวิร์กสำหรับเจ้าของเดิม อาจจะไม่ใช่เหตุผลของเจ้าของใหม่ที่ไฟแรงอยากดำเนินกิจการต่อไม่ว่าอะไรก็พร้อมจะจัดการแก้ไขปัญหาได้ เพราะฉนั้นเวลาเซ้งก็แค่ถามไปเบาๆว่า ทำไมเซ้งละค๊ะ แค่นั้นก็พอไม่ต้องไปซีเรียสมากให้ดูจากปัจจัยอื่นๆดีกว่าว่าสมควรที่จะเซ้งไปทำเองต่อหรือไม่