วิธีการโพสเซ้งกิจการปล่อยได้เร็ว

วิธีการโพสเซ้งกิจการปล่อยได้เร็ว

หลายท่านอยากเซ้งกิจการหรือเซ้งร้านให้ได้โดยเร็ว อาจจะมีเหตุผลต่างๆเช่นไม่มีเวลาดูแลกิจการ, ต้องการเปลี่ยนไปทำธุรกิจอื่น, ต้องไปต่างประเทศ จึงทำให้ไม่สามารถดูแลธุรกิจต่อไปได้และต้องการปล่อยกิจการธุรกิจนั้นโดยเร็ว แม้ว่าจะพยายามทำการโปรโมท หรือโพสเซ้งร้านไปหลายเว็บแล้วแต่ก็ไม่มีท่าทีว่าจะมีคนสนใจเซ้งติดต่อมา อาจจะมีหลายปัจจัยในการลงโฆษณาของท่านที่ทำให้เป็นเช่นนั้น ซึ่งบางทีอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับตัวร้านหรือธุรกิจที่ต้องการเซ้งแต่อาจจะเกี่ยวกับเทคนิคการลงโพสโฆษณาของท่านอาจจะยังมีข้อมูลที่ไม่โดนใจ หรือดูแล้วไม่น่าสนใจนั่นเอง

หากใครที่อยากเซ้งร้านขายกิจได้อย่างรวดเร็วลองมีดูเทคนิคดีๆไปปรับใช้กันดีกว่า

1.รูปภาพ        
เหมือนกับการขายสินค้าออนไลน์เลยที่สำคัญจะต้องมีรูปภาพที่เห็นร้านหรือกิจการชัดเจน ควรลงภาพขั้นต่ำซัก4-5ภาพเพื่อให้มองเห็นได้หลายๆมุม เก็บสิ่งของวางให้สวยงามก่อนถ่ายภาพอย่าปล่อยให้ดูรกเกะกะมันจะทำให้อิมเมจร้านดูไม่ดี หากถ่ายภาพหน้าร้านกว้างๆด้วยได้จะดีมากเพราะจะทำให้เห็นทำเลหน้าร้านย่อมๆว่าดีไหม หากทำเลไม่ดีก็ไม่ควรลงครับ เพราะลูกค้าจะตัดสินใจแว่บแรกจากรูปภาพ

2.รายละเอียดการเซ้ง  
ไม่ควรเขียนสั้นจนเกินไปหรือยาวจนเกินไป ควรเขียนข้อมูลให้กระชับ อ่านพอดีๆ สิ่งที่ควรบอกหลักๆมี 1. เซ้งร้านเซ้งกิจการอะไร 2. สิ่งของชิ้นใหญ่ๆที่ให้ 3. ทำเลที่ตั้งอยู่ที่ไหน 4. ค่่าเช่าต่อเดือนเท่าไหร่ติดสัญญาเช่ากี่ปี 5. ข้อมูลช่องทางการติดต่อผู้ขายเช่นเบอร์โทร อีเมล์ 6. เหตุผลในการเซ้ง ซึ่งจริงๆแล้วก็ไม่จำเป็นถึงกับต้องบอกหมดทุกข้อ แล้วแต่ความจำเป็นของแต่ละคนด้วยเช่น ค่าเช่าจริงๆอาจจะแพงถ้าหากโพสลงไปคนเห็นก็อาจจะทำให้ไม่ต้องการเซ้งต่อเป็นต้น อันนี้ต้องใช้วิจรณญานให้ดี เพราะบางทีหากเราโทรคุยเพื่ออธิบายให้ลูกค้าฟังอาจจะดีกว่าที่ให้เห็นข้อมูลก่อน ถ้าหากคิดว่าเขียนแล้วไม่มีผลอะไรแต่เป็นจุดเด่นเพิ่มความน่าสนใจก็ควรลงไปเลย

3.โพสผิดหมวดโพสผิดที่  
หลายครั้งที่บางทีผู้ที่ต้องการเซ้งอาจจะรีบโพสในเว็บหรือในโซเชียล โดยลงผิดหมวดธุรกิจของเราเช่น ร้านเสริมสวยร้านทำผมแต่กับไปโพสในหมวดหมู่ร้านค้าธรรมดา เวลาคนที่สนใจอยากจะซื้อกิจการมักจะใช้การเสริชค้นหาข้อมูลในเว็บนั้นๆ เนื่องจากมีโพสมากมายจนไม่สามารถไล่ดูได้หมด ดังนั้นหากเราโพสผิดที่เท่ากับตัดโอกาสที่คนต้องการซื้อกิจการเราไม่เห็นโพสของเรานั่นเอง

4. ลงโพสโฆษณาน้อยเกินไป        
บางครั้งหลายคนคิดว่าแค่ลงโพสโฆษณาอันเดียวในเว็บ หรือโพสไว้ในเพจหรือกรุ๊ปเฟซบุ๊ก ก็น่าจะมีคนติดต่อขอเซ้งแล้ว ซึ่งจริงๆไม่ต่างกับเราขายของออนไลน์เลยครับ ยิ่งโพสเยอะคนยิ่งเห็นเยอะโอกาสที่คนจะติดต่อมายิ่งมีมากกว่าไปลงไว้ที่เดียวอย่างแน่นอน แต่เข้าใจได้ว่าเจ้าของธุรกิจส่วนมากไม่ค่อยมีเวลาที่จะมานั่งโพสออนไลน์แถมยังต้องสมัครเพื่อโพสเองให้ยุ่งยาก ตรงนี้แก้ปัญหาเรือ่งการเสียเวลาโดยใช้บริการรับจ้างโพสหรือฝากเว็บไซต์หรือเพจที่มีความขำนาญในด้านการโปรโมทดีกว่าครับเสียเงินนิดหน่อยแต่ได้ผลเยอะเอาเวลาไปคิดธุรกิจใหม่ๆดีกว่าครับ   หากสนใจบริการwww.bis4sell.com ติดต่อadmin ได้เลยครับ https://www.facebook.com/business4sell/                                                                                                  เซ้งกิจการเซ้งร้าน

5. กิจการธุรกิจหรือร้านที่จะเซ้งนั้นไม่น่าสนใจจริงๆ  
อันนี้อาจจะด้วยเหตุผลอะไรก็แล้วแต่ที่เราได้เริ่มธุรกิจไว้ในตอนแรกหากไม่เวิร์กแล้วต้องการจะเซ้งแต่โปรโมททั้งออฟไลน์ออนไลน์เท่าไหร่ก็ไม่มีใครสนใจซักที ซึ่งอาจมี หลายปัจจัยที่ทำให้ไม่มีใครสนใจเลยเหมือนกับที่ตัวเจ้าของเองก็รู้เช่น ทำเลแย่จริงๆ เช่นร้านขายเสื้อผ้าแต่ไปตั้งลึกสุดซอยไม่มีคนเดินผ่าน บางธุรกิจเรื่องทำเลสำคัญสุดๆ ถ้าจะเซ้งก็คงจะยากหน่อยครับ หรือปัจจัยเรื่องคู่แข่งเช่นจะร้านขายยาในย่านนั้นแต่ย่านนั้นมีร้านขายยาเรียงกันเป็นตับคู่แข่งเยอะก็อาจจะทำให้คนไม่กล้าที่จะเซ้งไปทำต่อก็ได้ครับ ถ้าสุดท้ายแล้วเซ้งไม่ได้จริงๆ อย่างแรกที่แนะนำคือให้ลองแยกชิ้นส่วนขายครับ พูดง่ายๆคือเซ้งแต่อุปกรณ์ออกไปก่อนขายถูกหน่อยครับถ้าต่อไปเราไม่ได้ใช้อุปกรณ์ทำกินเล่านั้นแล้วราคาไม่แพงอย่างไรคนก็ต้องซื้อไปใช้ครับ แล้วทีนี้เหลือตัวร้านถ้าติดสัญญาอยู่แล้วหาคนเซ้งไม่ได้จริงๆ ก่อนอื่นต้องลองต่อรองกับเจ้าของดูเพื่อขอลดหย่อนค่าเช่าเพราะเราไม่ได้ทำต่อแล้วเป็นต้น เพื่อลดการขาดทุนเข้าเนื้อให้มากสุดเท่าที่จะทำได้ครับ

6. ตั้งราคาแพงเกินจริง
บางร้านบางกิจการที่อยากจะเซ้งก็ย่อมอยากขายได้ในราคาที่ดีๆโดยอาจจะตั้งราคาสูงเกินไปทำให้คนเห็นราคาแล้วไม่กล้าเซ้งต่อก็มีครับ ถ้าให้ดีแล้วคือควรดูรายการทรัพย์สินอุปกรณ์ในร้านว่าคำนวนแล้วเป็นเงินเท่าไหร่ และประเมินเรื่องลูกค้าหรือทำเล ถ้าหากมีลูกค้ามากทำเลดีๆใครก็อยากได้แบบนี้บวกราคาเพื่อไปได้เลยครับ ถ้าหากตั้งราคาแล้วยังไม่มีคนสนใจติดต่อมาสักพักให้ลองลดราคาดูครับ เพื่อให้สามารถปล่อยกิจการได้เร็วขึ้นครับ

หวังว่าคงจะเป็นประโยชน์กับคนที่สนใจอยากเซ้งร้านขายกิจการไม่มากก็น้อยครับ…

ว่าด้วยหลักการตลาด4P

หลักการตลาดที่รู้จักกันดีอย่างกว้างขว้างคือ หลัก4P เป็นสิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจอะไรก็แล้วแต่ล้วนแต่ต้องมี 4Pนี้ประกอบด้วยกันทั้งสิ้น มาดูกันดีกว่าว่าประกอบด้วยอะไรบ้าง

Marketing Management System ประกอบด้วย 4P คือ
Product คือ สินค้าที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้า (related to Customer) ถ้าเป็นสินค้าเครื่องใช้ก็ควรจะมี ลักษณะ, ดีไซน์, ฟังก์ชั่น เป็นจุดเด่น หรือถ้าหากเป็นสินค้าอาหารก็ควรจะเน้นรสชาติความอร่อย, ความสะอาดให้ลูกค้าได้รับประทาน
Price คือ ความเหมาะสมของราคาที่ลูกค้าพึงพอใจ (related to Costing) ลดต้นทุนเพิ่มกำไร
Promotion คือ การโฆษณาเพื่อเข้าถึงลูกค้า พัฒนาการสื่อสารการตลาดในรูปแบบและวิธีการใหม่ ๆ
เพื่อให้เข้าถึงลูกค้าได้มากขึ้นเพื่อให้ลูกค้าจดจำ (related to Communication) ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกับกลุ่มเป้าหมาย
Place คือ ทำเลการขายสินค้าหรือ ช่องทางการขายสินค้าที่สะดวกสบายต่อการหาซื้อของลูกค้า (related to Convenience) โอกาศที่จะขายสินค้าได้ซึ่งการจะพัฒนากลยุทธ์และแผนธุรกิจเพื่อให้องค์กรเราล้ำหน้ากว่าผู้อื่นเสมอนั้นเราต้องมีการทำ Marketing Research ต้องทำการแบ่งกลุ่มลูกค้า (segmentation) จากรายได้ อายุ ภูมิลำเนา ประเภทของธุรกิจ และอื่นๆ เพื่อที่จะได้รู้ว่า สินค้าของเรานั้นเหมาะกับลูกค้ากลุ่มไหน ส่วนขั้นตอนต่อไปคือการจัดวางตำแหน่ง หรือจุดยืนของสินค้า (position)

การตลาดธุรกิจ

สร้าง Brand (ยี่ห้อ) จุดอ่อน จุดแข็ง ของ Brand สร้างความพึงพอใจ ความภักดีในสินค้าให้กับลูกค้า ออกแบบและบริหารช่องทางการตลาด บริหารการขายปลีก ขายส่ง การขนส่งให้กับลูกค้า บริหารการติดต่อสื่อสารส่วนใหญ่จะเป็นพวก การโฆษณา การจัดโปรโมชั่น การจัด events
และการติดต่อสื่อสารทางด้านบุคคล เช่น การขายตรง การโฆษณาแบบปากต่อปาก วางแผนกลยุทธ์ของสินค้า
การบริการหลังการขาย และเราจะต้องจัดการบริหารการทำงานของเราและบริษัทคู่ค้าของเราให้ดียิ่งขึ้น
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ และช่องทางทางการตลาด
จะได้แข่งขันกับคู่แข่งและนำพาสินค้าเข้าไปสู่มือหรือสร้างความคุ้นเคยใกล้ชิดกับกลุ่มเป้าหมายได้เป็นผลสำเร็จ

การทำธุรกิจประกอบด้วยปัจจัยอะไรบ้าง

การทำธุรกิจในปัจจุบันนี้ไม่ว่าจะซื้อมาขายไปหรือเปิดร้านอาหารหรือให้บริการอะไรสักอย่างกับลูกค้า มีปัจจัยสำคัญที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเราอยู่4อย่าง และปัจจัยเหล่านี้เป็นปัจจัยที่ควบคุมได้ยาก ปัจจัยเหล่านี้มีอะไรบ้างมาทำความรู้จักกันดีกว่าค่ะ

องค์กร O = Organization

หรือธุรกิจของเราจะถูกควบคุมด้วย ปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ /บริบทที่ควบคุมไม่ได้ ประกอบด้วย 4 อย่าง คือ
1. Suppliers คือ ผู้ที่จัดหาทรัพยากรและวัตถุดิบให้กับองค์กรเรา มีทั้งดีและไม่ดี เช่น ถ้าเค้าเป็นคู่ค้ากับเราก็เป็น (+)
แต่ถ้าเค้าเป็นฝ่ายคู่แข่งของเราก็เป็น (-) ต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีเพื่อให้เกิดผลดีกับเรา เช่น Head Hunter, Bank
2. Competitors คือ คู่แข่ง (ที่คอยทำอะไรเหมือนๆกับเรา)
3. Public คือสาธารณะ (ที่เราไม่รู้ว่าเป็นใคร) ซึ่งจะหมายถึง “ลูกค้าเรา”
4. Marketing Intermediaries คือ คนกลางทางการตลาดที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการจัดจำหน่าย /เคลื่อนย้ายสินค้าและบริการ

สิ่งสำคัญในการทำการตลาดก็คือ เราต้องเปลี่ยน”คู่แข่ง”ให้กลายเป็น”คู่ค้า” และ เปลี่ยน”สาธารณะ”ให้กลายเป็น”สาวก”
ซึ่งต้องอาศัยปัจจัย ดังต่อไปนี้
1. ใช้ PR (Public Relation) เป็นสื่อช่วยเหนี่ยวนำประชาสัมพันธ์ธุรกิจของให้เป็นที่รู้จักในวงกว้าง
2. มีการ Share resource เป็นการอาศัยองค์กรอื่นเพื่อลดการลงทุน เช่น การขายตั๋วเครื่องบิน
3. SRP= Supplier Relationship Management คือการเป็นพันธมิตรกับแหล่งวัตถุดิบขององค์กร
4. PRM= Partner Relationship Management คือการสร้างสัมพันธภาพที่ดีเยี่ยมกับคู่ค้าของเรา
5. CRM= Customer Relationship Management คือการอาศัยความสัมพันธ์ระหว่างกันของลูกค้า เช่น เพื่อนบอกเพื่อนให้ใช้
6.SCM=Supply Chain Management คือการจัดหาสินค้าและบริการให้เพียงพอกับความต้องการของลูกค้า
Publics หรือสาธารณะ ประกอบไปด้วย Demands(อำนาจทางการซื้อ) , wants(ความต้องการแต่อาจจะไม่ซื้อ) ,
Needs(ความจำเป็นแต่อาจจะไม่มีกำลังที่จะซื้อ) นักการตลาดส่วนใหญ่จะให้ความสำคัญกับ Demands และจะเปลี่ยนลูกค้าที่ wantsให้มาเป็น Demands ด้วยกลยุทธ์